ThaiFastCash.com ศูนย์รวมลงประกาศ เงินด่วน เงินกู้ในและนอกระบบ

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม [ ลงทะเบียน | เข้าสู่ระบบRSS Feed  |   | 






บริการ เงินด่วน เงินกู้ คลิ้กเลย!! |||| เทพแห่งเงินด่วน โทร 092-8840418 คุณเทพ

เงินด่วนของจริง กู้เงินด่วน โทรได้เลย คุณริสา 0988719700 <-- จิ้มที่ตัวเลขแล้วกดโทรเลย


Comments Off on โดนหลอกโอนเงิน จะทำอย่างไรได้บ้างถึงจะได้เงินคืน

โดนหลอกโอนเงิน จะทำอย่างไรได้บ้างถึงจะได้เงินคืน

| สาระน่ารู้ | December 9, 2016




โดนหลอกโอนเงิน จะทำอย่างไรได้บ้างถึงจะได้เงินคืน

ปัญหาของการติดต่อซื้อขายผ่านทางระบบออนไลน์ก็คือ ต่างคนต่างอยู่ไกล คนขายจะส่งของมาก่อนก็กลัวไม่ได้รับเงิน ส่วนคนซื้อจะโอนเงินก่อนก็กลัวโดนโกง แต่บางทีความโลภบังตา ข้อมูลฝั่งคนขายดูน่าเชื่อถือ เลยหลวมตัวโอนเงินไปก็เสร็จซะครับ โอนปั้บติดต่อได้สองสามวันหลังจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย

แอดมินเองได้รับรายงานการโกงบ่อยมาก พอดีทำเว็บประกาศหลายเว็บ บางเว็บมิจฉาชีพลงประกาศขายสินค้าราคาต่ำกว่าปกติ คนก็หลงเชื่อติดต่อไป มิจฉาชีพก็ส่งเอกสารต่างๆมาให้ดู น่าเชื่อถือ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งรูปบัตรข้าราชการที่ผ่านการแต่งภาพมาอย่างแนบเนียน เหยื่อก็หลงเชื่อโอนเงินไม่ใช่แค่หลักพันหลักหมื่น หลักแสนก็มี พอรู้ว่าโดนโกงก็ไม่รู้จะทำอะไร โทรมาหาแอดมิน ก็เลยขอแนะนำกรรมวิธีการรับมือหลังหลอกโอนเงินไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน

ยอดเงินโดนโกงเยอะหรือไม่

อันดับแรกที่เราต้องพิจารณาคือ ยอดเงินที่เราโอนไปให้มิจฉาชีพนั้นเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพราะมันจะบ่งบอกถึงความคุ้มหรือไม่คุ้มกับการดำเนินการต่างๆ เพราะเราเองต้องเดินทางไปติดต่อหลายหน่วยงาน รวมถึงค่าโทรศัพท์ติดต่อ ค่าเดินทาง ต้องลางานเพื่อไปติดต่อเรื่องราวต่างๆซึ่งไม่ใช่เพียงวันสองวัน แต่อาจจะเป็นเวลาหลายเดือน

ดังนั้นยอดเงินที่โดนหลอกไปจึงเป็นตัวตัดสินว่คุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งจากที่ได้รับแจ้งที่ผ่านมาคนที่แจ้งความส่วนมากยอดเงินจะเกิน 5,000 บาทขึ้นไป น้อยรายที่จะแจ้งความที่ยอดเงิน 2,000 บาท โดยเคยมีอยู่รายหนึ่งโดนหลอกโอนเงินไป 2,000 บาท กับเว็บซื้อขายสินค้ามือสอง เขาตัดสินใจแจ้งความเนื่องจากมีญาติเป็นตำรวจและรู้สึกว่ายอมไม่ได้ที่ให้มิจฉาชีพรายนี้ลอยนวล แต่จะว่าไปแล้วยอดเงินโดนโกงแค่นี้แค่เดินทางไปติดต่อที่สถานีตำรวจสี่ครั้งก็หมดไปอีก 2,000 บาทแล้ว

ยอดเงินที่เหมาะสมสำหรับคนวัยทำงานที่อาจจะต้องลางานไปติดตามความคืบหน้าคดีก็เลยน่าจะเป็นตัวเลขที่ประมาณ 3000 – 5000 บาท หากต่ำกว่านี้ก็ถือว่าไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาไปแจ้งความ แต่หากบ้านอยู่ใกล้สถานีตำรวจก็อาจจะถือว่าคุ้มค่าที่จะเสียเวลาแจ้งความ แต่ที่แน่ๆ ถ้าโดนโกงไป 500 – 1,000 บาทนี่ ไม่คุ้มค่าที่จะเดินทางไปสถานีตำรวจด้วยซ้ำ ดังนั้นมิจฉาชีพส่วนมากเลยมักจะหลอกให้โอนเงินอยู่ประมาณนี้ แล้วหลอกหลายๆราย รายละเล็กๆน้อยๆ ดีกว่าหลอกรายเดียวแล้วได้ยอดเงินเป็นจำนวนมาก ถ้าโดนตำเนินคดีจริงจังก็อาจจะสาวมาถึงตัวได้

แจ้งความดำเนินคดี

เมื่อคิดว่ายอดเงินที่โดนโกงไปนั้นแตะหลักหมื่น หรือคิดว่าตัวเองยอมเสียเวลาจะจัดการมิจฉาชีพรายนี้ให้ได้แล้วละก็ เราจะต้องไปแจ้งความดำเนินคดี ไม่ใช่แจ้งความเพื่อลงบัยทึกประจำวันเท่านั้น

ทั้งนี้ก่อนแจ้งความต้องทำใจไว้ก่อนว่า จะต้องโดนพนักงานสอบสวนถากถางเยาะเย้ยว่าหน้ามืดตามัวหรือไง ทำไมถึงโอนเงินไปให้เขาก่อนทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าตา ถ้าทนโดนถากถางไม่ได้ก็อย่าโผล่หน้าไปสถานีตำรวจ ดังนั้นจึงควรชวนเพื่อนไปด้วยเพื่อให้กำลังใจเราเวลาโดนพนักงานสอบสวนกระหน่ำเชิงจิตวิทยากับเรา

ปัญหาเริ่มต้นที่จะเจอคือ พนักงานสอบสวนโยนกันไปมาระหว่างท้องที่ต่างๆ เพราะพนักงานสอบสวนก็เหมือนพนักงานตามบริษัทห้างร้านทั่วไป ที่ทำคดีมากหรือน้อยก็ได้รับเงินเดือนเท่าเดิม และคดีแบบนี้ถ้าเราไม่ใช่คนดัง ถึงจะตามตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลได้ ตำรวจก็ไม่ได้ดังเป็นข่าวให้เจ้านายเห็นผลงานหรืออะไรเลย ดังนั้นเราในฐานะลูกชาวบ้านธรรมดาก็ต้องทำใจ

เพื่อสกัดปัญหานี้ เราเลยต้องเตรียมตัวเรื่องข้อมูลให้ชัดเจ นั่นคือไปร้านคอมพ์หรือที่ทำงานตัวเอง พิมพ์หน้าเว็บที่เราเห็นประกาศเอาไว้เป็นหลักฐาน จับภาพหน้าจอ (capture) ของบทสนทนาต่างๆ ส่งเข้า email ตัวเองแล้สั่งพิมพ์มาให้เรียบร้อย ถ่ายสำเนาสลิปโอนเงินไว้หลายๆแผ่น แล้วคิดถึงตำแหน่งสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน

นั่นคือตัวเองโอนเงินที่ตู้ ATM ตู้ไหน ตำแหน่งไหน ตึกไหน ถนนสายอะไร เพราะเหตุความเสียหายเกิดขึ้นตอนโอนเงินนั้นจะเป็นตัวบ่งบอกเขตความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนว่าอยู่ท้องที่ไหน หากเราโอนผ่านมือถือ หรือผ่านหน้าคอมพ์ เราก็ควรจะรู้ตัวเองว่าตอนโอนเราอยู่ที่ไหน พอเราได้ตำแหน่งของตัวเราเองตอนโอนเงินแล้ว เราก็ถามคนละแวกนั้นว่า ที่ตรงนั้นอยู่ท้องที่ไหน ถ้าอยู่ใน กทม ก็วิ่งไปถามที่ป้อมยามได้เลยว่าที่เราอยู่นั้นอยู่ท้องที่ไหน ส่วนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าอยู่อำเภออะไร

ที่เราต้องหาตำแหน่งก่อนเพราะบางทีเห็นสถานีตำรวจอยู่ไม่ไกล แต่จะกลายเป็นว่าอยู่คนละท้องที่ อุตส่าห์รอคิวยาว พอถึงคิวตัวเอง เริ่มเล่าเรื่องปั้บพนักงานสอบสวนก็บอกว่ามาผิดที่ ก็ต้องเสียเวลาไปเข้าคิวที่ใหม่อีก

พอได้ตำแหน่งที่ชัดเจนแล้ว ก่อนแจ้งความหากระดาษมาหนึ่งแผ่น เขียนเล่าเรื่องราวประเด็นสำคัญลงในกระดาษด้วยลายมือสวยงาม หรือว่างๆ ก็ไปนั่งพิมพ์เข้าคอมพ์ให้เรียบร้อย แล้วพิมพ์ออกมาใส่กระดาษแล้วก็ส่งเข้า email ของตัวเองเอาไว้ด้วย เ

โดยเนื้อหาที่บอกเล่าก็จะเป็นเรื่องราวว่า เราชื่ออะไร หมายเลขบัตรประชาชนอะไร มีที่อยู่ตามภูมิลำเนาที่ไหน เราเห็นประกาศที่เว็บไหน คนที่ลงประกาศใช้ชื่อที่อยู่ว่าอะไร เบอร์โทรอะไร เราติตต่อตกลงซื้อสินค้าอะไร ราคาเท่าไหร่ เขาส่งเอกสารอะไรมาให้เราบ้าง แล้วเราโอนเงินมัดจำไปจำนวนเท่าไหร่ โอนเงินที่ตู้ ATM ท้องที่ไหน แล้วหลังจากนั้นรู้ได้อย่างไรว่าเขามีเจตนาโกง เพราะเขาอาจจะส่งมาแล้วก็ได้ เราก็อธิบายไป หากมีพยานก็ระบุชื่อนามสกุลหมายเลขบัตรประชาชนพยานไปด้วย และลงท้ายจดหมายว่าจึงต้องการมาแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีจนถึงที่สุด

ที่เราต้องเขียนจดหมายเพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเล่าเรื่องราว เพราะเราต้องเล่าหลายรอบ ตั้งแต่สิบเวรไปจนถึงสารวัตรสอบสวน บางทีเล่าแล้วตกหล่น เล่าแล้วลืม เล่าจนเบื่อ ดังนั้นพอใครถามก็ยื่นให้อ่าน และถ้าไม่อยากเสียเวลาอธิบายอะไรกับใครยืดยาว ก็บอกว่าจะขอแจ้งพนักงานสอบสวนร้อยเวรทีเดียวไปเลย

เมื่อถึงจุดแจ้งความแล้ว สมัยนี้พนักงานสอบสวนมี email ทุกคน ก็บอกเขาไปว่าหนูมีข้อมูลเหล่านี้อยู่ใน email แล้วเดี๋ยวจะส่งให้พนักงานสอบสวนได้เลย จะได้ประหยัดเวลาพิมพ์ แล้วแจ้งพนักงานสอบสวนให้ออกจดหมายไปยังธนาคารเพื่อขอข้อมูลจากธนาคารด้วย

กระบวนการดำเนินคดี

ข้อมูลรายละเอียดการแจ้งความที่สำคัญที่อาจจะสามารถทำให้ทางพนักงานสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดได้ก็คือ
1. หมายเลขบัญชีธนาคาร ซึ่งเราต้องขอให้พนักงานสอบสวนออกหนังสือให้เราไปยื่นกับธนาคาร เพื่อขอชื่อที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของบัญชี โดยทั่วไปแล้วมิจฉาชีพมักจะไม่ใช้บัญชีตัวเองรับเงิน และเมือได้เงินมาแล้วจะถอนออกมาทันที แต่อย่างน้อยเผื่อจะสืบหาความสัมพันธ์ได้

เมื่อได้ชื่อที่อยู่เราก็นำกลับมาให้พนักงานสอบสวน เพื่อออกหมายเรียกให้เจ้าของบัญชีมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกหมายเรียกสองครั้งแล้วยังไม่มา ก็จะมีการออกหมายจับต่อไป การตามจับถ้าเป็นคดีไม่ดัง เราเองต้องเป็นคนไปสืบหาว่าคนๆนั้นอยู่ไหน เมื่อเจอตัวก็ถือหมายจับไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่นั้นๆ ให้ไปจับบุคคลตามหมายจับนั้นได้ เห็นไหมหละครับว่ามันเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายจริงๆ

พอได้ตัวมาแล้วหรือเขามารายงานตัว เขาก็อาจจะบอกว่ามีคนขอยืมบัตร ATM ไปใช้ อะไรทำนองนี้ เขาก็จะมีความผิดข้อหาอื่น เราเองไม่สามารถบังคับให้เจ้าของบัญเอาเงินมาคืนเราได้หรอก เพราะเขาอาจจะไม่รู้เรื่องจริงๆ

2. หมายเลขโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องทำหนังสือไปขอตรวจสอบ เจ้าของหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการเหมือนลักษณะข้างบน คือได้ชื่อที่อยู่มา ก็ต้องออกหมายเรียก หมายจับ แล้วรอให้เจ้าตัวมาให้ปากคำกับตำรวจ มาแล้วเขาก็อาจจะบอกว่าโดนขโมยบัตรไปลงทะเบียนซิมเอาก็ได้ จะทำอะไรเขาได้เขาไม่รู้เรื่องจริงๆ

3. หมายเลข IP จากเครื่องคอมพิวเตอร์หรือจากมือถือว่าใช้งานจากตำแหน่งไหน กรณีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหนังสือถึงกระทรวงดิจิตอล กระทรวงดิจิตอล จะทำหนังสือถึงเจ้าของเว็บไซท์เพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ ซึ่งเจ้าของเว็บอาจจะให้ความร่วมมือ ค้นหาข้อมูลเก่าๆให้ แต่หากมิจฉาชีพลบกระทู้ไปแล้ว ก็อาจจะตามตัวยากหน่อย

ในจดหมายตอบจากเจ้าของเว็บ จะเป็นหมายเลข IP พร้อมเวลาที่โพสท์ลงโฆษณา กระทรวงดิจิตอลอาจจะพบว่ามีการโพสท์จากร้านเน็ต ก็ต้องไปขอความร่วมมือจากร้านเน็ตว่าใครหน้าตาเป็นอย่างไร เข้ามาใช้เครื่องคอมพ์ ณเวลานั้นๆ ถ้าไม่มีกล้องวงจรปิดที่ร้าน หรือไม่มีการจดบันทึกการใช้งานว่าใครชื่ออะไรมาใช้บริการ ก็ตามต่อไม่ได้แล้ว

ทั้ง 3 กรณีคือแนวทางในการติดตามหาผู้กระทำผิด ซึ่งแล้วแต่ว่าวิธีใดจะได้ผลเร็ว หรืออาจจะไม่ได้ผลเลย และตราบใดที่ยังหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ ตำรวจก็ทำอะไรต่อไม่ได้ เพราะไม่รู้จะไปจับใครมาดำเนินคดี ปัญหามันจึงอยู่ตรงนี้แหละที่ว่า สิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรมากมายจากหลายหน่วยงาน แต่สุดท้ายก็หาตัวไม่ได้ มิจฉาชีพเลยย่ามใจมาก และพนักงานสอบสวนก็มองว่ายากที่จะได้ตัวมา เลยไม่ค่อยอยากรับแจ้งความ

หรือบางทีรับแจ้งความแล้ว ทำโน่นนี่พอเป็นพิธี พอเราสอบถามไปก็จะบอกว่า ยังหาตัวไม่ได้ ออกหมายจับไปแล้ว จนสุดท้ายเราก็ต้องถอดใจไปเองเมื่อเวลาผ่านไปนานๆ

ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ เราจึงไม่ควรโอนเงินให้ใครก่อนเป็นการดีที่สุดครับ

ติดตามข่าวสารจากเรา

บทความล่าสุด

  • บสย เปิดตัวโครงการรักพี่วิน ช่วยจักรยานย...

    by on 1 hour ago - 0 Comments

    บสย เปิดตัวโครงการรักพี่วิน ช่วยจักรยานยนต์รับจ้างให้เข้าถึงแหล่งทุน นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ประธานกรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้เปิ...

  • ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส เตรียมปล่อยสินเชื่...

    by on February 8, 2019 - 0 Comments

    ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส เตรียมปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล นางพงษ์ชัย อมตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) กล่าวว่า ทางบริษัทอยู่ระหว่างรอใบ...

  • car ยึดรถ

    คลังลุยเต็มสูบ ออกกฏหมายคุมจำนำทำเบียนรถ...

    by on January 21, 2019 - Comments Off on คลังลุยเต็มสูบ ออกกฏหมายคุมจำนำทำเบียนรถ

    คลังลุยเต็มสูบ ออกกฏหมายคุมจำนำทำเบียนรถ นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ทางกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห...

  • KTC ลดดอกเบี้ยเหลือ 199 บาท เมื่อสมัครบั...

    by on January 15, 2019 - Comments Off on KTC ลดดอกเบี้ยเหลือ 199 บาท เมื่อสมัครบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD

    KTC ลดดอกเบี้ยเหลือ 199 บาท เมื่อสมัครบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้อำนวยการธุรกิจสินเชื่อบุคคล KTC หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด...

  • ธอส พร้อมเปิดรับเรื่องยื่นกู้โครงการบ้าน...

    by on January 7, 2019 - Comments Off on ธอส พร้อมเปิดรับเรื่องยื่นกู้โครงการบ้านล้านหลังแล้ว

    ธอส พร้อมเปิดรับเรื่องยื่นกู้โครงการบ้านล้านหลังแล้ว นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2562 ที่ผ่า...